สองสหายคู่ยาก



          ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีสองสหายคนหนึ่งชื่อว่านายตาบอด คนหนึ่งชื่อว่าอ้ายขาตีบสองคนนี้ชอบพอกันเป็นเพื่อนอย่างยิ่ง อยู่มาวันหนึ่งสองสหายก็พากันไป
เที่ยวขอทานไปตามบ้านน้อยเมืองใหญ่ โดยไอ้ขาตีบเป็นตาไอ้ตาบอดเป็นตีน ไอ่ตาบอดนั้นให้ไอ้ขาตีบขี่หลังเดินไปขอทานตามบ้านต่างๆ

          อยู่มาวันหนึ่งเมื่อขอทานนั้นไปในบ้านน้อยเมืองใหญ่ก็รู้สึกว่าเบื่อระอา ก็เลยพากันเดินลัดไปกลางทุ่ง ว่าจะไปขอทานบ้านหล่ายทุ่ง พอดีก็ไปเจอต้นไม้ต้นหนึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของหมู่นกทั้งหลาย ไอ้ขาตีบบอกให้ไอ้ตาบอดขึ้นไปดูบนต้นไม้นั้นว่าคงจะมีไข่นกอยู่ บอกไอ้บอดว่าถ้ามีเราก็จะได้เอามาหมกกินกัน ไอ้ตาบอดก็ได้ขึ้นไปๆ พอดีก็ตะโกนมาถามไอ้ขาตีบว่า

          “เออ สหายถึงรึยัง”

          ไอ้ขาตีบก็ว่า

          “ขึ้นไปอีกยังไม่ถึง ขึ้นไปอีกหน่อย”

          ขึ้นไปอีกนิดหน่อย ไอ้ขาตีบก็ตะโกนบอกว่า

          “ถึงแล้ว ล้วงเลย”

          พอไอ้ตาบอดนั้นล้วงเขาไปก็คว้าเอางูเห่าออกมา พอดีว่างูนั้นได้พ่นพิษเข้าตา
ไอ้บอดทำให้ตาของมันนั้นกลับมามองเห็นอีกครั้ง พอไอ้บอดตาเห็นเป็นปรกติแล้วเห็นงูที่ตนเองถืออยู่ก็ตกใจ โยนลงมาตกตรงหน้าไอ้ขาตีบ เมื่อไอ้ขาตีบเห็นอย่างนั้นแล้วก็ตกใจยืดขาตนเองได้แล้วก็ลุกวิ่งหนีงูเพราะว่าตกใจสุดขีด สุดท้ายทั้งสองเพื่อรักก็หายจากอาการพิการในที่สุด

          นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนเราถ้ามีความสามัคคี ถึงว่าจะเป็นคนพิการอย่างไร
ก็จะต้องทำมาหาเลี้ยงชีพตนเองได้อย่างสบาย