พ่อเมียตด



          ลูกเขยกับพ่อเมียชวนกันไปเก็บครั่งที่ในสวนของพ่อเมีย ลูกเขยให้พ่อเมียขึ้นไปเก็บก่อน ลูกเขยก็ขึ้นตามมาติดๆ พอเก็บซักพักพ่อเมียก็ตดออกมาอย่างแรงเต็มหน้าลูกเขยๆ จึงตะโกนถามพ่อเมียไป

          “อะไรนะพ่อ เสียงอะไร?”

          “เอ่อ ฟ้ามันร้องนะ เสียงดังด้วย ฮ่าๆๆ”

          ลูกเขยก็เก็บความเจ็บใจเอาไว้ในใจเท่านั้น ทั้งสองก็เก็บครั่งกันบนต้นไม้ไปเรื่อยๆ ซักพักพ่อเมียก็ตะโกนบอกลูกเขยว่า

          “นี่ลูกชาย เก็บแต่กิ่งต่ำๆ อยู่ได้ มันจะหมดอยู่แล้ว ขึ้นไปข้างบนนุ่นไป มีเยอะแยะ”

          “ครับ พ่อ”

          แล้วลูกเขยก็ขึ้นไปเก็บครั่งข้างบน ซักพักลูกเขยก็เกิดปวดฉี่แต่ว่าขี้เกียจที่จะลงมาฉี่ ข้างล่างเลยฉี่อยู่ข้างบนตกลงมากลางหัวพ่อเมีย

          “เฮ้ยไอ้ลูกชาย ไอ้ลูกชายโว้ย น้ำอะไรวะตกลงมาใส่พ่อเนี่ย”

          “ก็น้ำฝนไงพ่อ ฝนมันตกนะ”

          “เฮ้ยอะไรวะ ฟ้าออกจะสดใส แดดจ้าขนาดนี้ ฟ้าก็ไม่ร้องซักหน่อย ฝนมันจะตกได้ไง”

          ลูกเขยได้ทีก็ตอบพ่อเมียไปว่า

          “ก็ฟ้ามันร้องเมื่อเช้าแล้วไงพ่อ ตอนนี้ฝนมันพึ่งตกลงมานะ ฮ่าๆๆ”
พ่อสอนลูก

          ในสมัยนี้พ่อแม่ก็จะส่งเด็กๆ ไปเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านเพื่อที่จะให้มีความรู้เท่าทันคนอื่นๆ ก็จะส่งเด็กไปเรียนตั้งแต่อายุยังน้อยยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ครูก็จะเริ่มสอนจนเป็นหมดและครูก็มักจะให้การบ้านนักเรียนมาทำที่บ้าน อ้ายคำก็เป็นอีกคนที่ส่งลูกเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน ตอนนี้ลูกอ้ายคำกำลังเรียนอยู่ในชั้นอนุบาลกำลังหัดอ่านเขียนภาษาไทย

          วันหนึ่งครูก็ให้การบ้านมาทำที่บ้านให้หัดอ่านเขียน เมื่อมาถึงบ้านลูกก็หัดอ่านหนังสือไป พ่อก็เอาไม้ไผ่มาทำตอกแม่ก็ทำอาหารอยู่ในครัว ลูกอ่านไปซักพักก็หันมาถามพ่อ

          “พ่อๆ คำนี้พ่ออ่านว่ายังไงนะ”

          พ่อนี้จะตอบบอกให้ลูกว่าบ้าน พ่อก็ไม่บอก พ่อก็อยากให้ลูกใช้สมองคิดเอาว่าจะอ่านว่ายังไง พ่อก็เอาไม้ไปแตะ ๆ ที่ฝาบ้านกะจะให้ลูกว่าบ้าน ลูกก็อ่านไม่ได้ พ่อก็เลยเอาไม้ชี้ไปที่รอบๆ บ้าน

          “นี่ๆ อันนี้เรียกว่าอะไร”

          ลูกเห็นพ่อชี้รอบๆ ตัว ก็อ่านว่า

          “อ้อ ฝาบ้าน”

          ก็ไปกันใหญ่ ทีนี้ลูกก็อ่านไปอีก ไปถึงคำว่า เด็ก ลูกก็อ่านไม่ได้ลูกก็ถามพ่อ พ่อก็รำคาญ

          “พ่อ คำนี้ละจะอ่านว่ายังไง”

          พ่อก็รำคาญแกมโมโห จะบอกว่าเด็กก็ไม่บอก กลับถามลูกว่า

          “คนทางภาคกลางเข้าเรียกละอ่อนว่ายังไง “

          ลูกก็ไม่รู้ พ่อก็บอกใบ้อีก

          “ตัวเท่าลูกเนี่ย คนทางใต้เขาว่ายังไง”

          ลูกก็คิดไม่ออก ลูกก็เลยตอบว่า

          “ละอ่อน”

          แทนที่จะตอบว่าเด็กก็ไม่ว่า ลูกก็เลยว่าละอ่อน